Greek Yogurt Panna Cotta with Strawberry-Rhubarb Sauce : พานาค๊อตตา กรีกโยเกิร์ต รูบาร์บซอส

131 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Greek Yogurt Panna Cotta with Strawberry-Rhubarb Sauce : พานาค๊อตตา กรีกโยเกิร์ต รูบาร์บซอส

Greek Yogurt Panna Cotta with Strawberry-Rhubarb Sauce : พานาค๊อตตา กรีกโยเกิร์ต รูบาร์บซอส

Janet Fletcher |Serves 6    

ฉันชอบสไตล์ของการเสิร์ฟพานนาคอตต้า ที่อยู่ในแก้วใส ทำให้เห็นน้ำทับทิมเข้มข้นอยู่ด้านล่าง ซึ่งนักชิมทั้งหลายจะชอบใช้ช้อนตักลงไปในชั้นครีม ลึกไปถึงซอสตักขึ้นมาลิ้มรสทีละช้อน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม คุณก็ยังสามารถดัดแปลงทำพานนาคอตต้าแบบไม่มีซอสได้อีกด้วย ซึ่งฉันได้อธิบายการทำไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก้ตาม เราก้ควรจะเหลือซอสไว้สักเล็กน้อยสำหรับกินกับโยเกิร์ตในวันต่อไป


วิธีทำที่เขียนไว้ ไม่ได้หมายถึงใช้เจลาตินทั้งห่อ ขอแนะนำให้ใช้ตามสัดส่วนที่เหมาะสมซึ่งคุณสามารถกำหนดความต้องการในการใส่และกำหนดไว้เป็นบรรทัดฐานของตนเองได้ ไม่ควรแข็งหรือนิ่มจนเกินไป คุณสามารถทำซอสและพานนาคอตต้าไว้ล่วงหน้าได้ แต่สำหรับฉันรู้สึกว่า เนื้อพานนาคอตต้าจะหวานฉ่ำ อร่อยที่สุดในวันที่ทำใหม่ๆ

ส่วนประกอบ

วิธีทำ ซอสสตอเบอร์รี่ รูบาร์บ

  • รูบาร์บ 1ส่วน 4 ปอนด์ หั่นเป็นชิ้นประมาณครึ่งนิ้ว
  • น้ำตาล 1 ส่วน 4 ถ้วยตวง
  • น้ำส้มสด 1 ช้อนโต๊ะ
  • สตอเบอร์รี่หั่น 6 ออนซ์ หรือประมาณ 1 ถ้วยตวง


วิธีทำ พานนาคอตต้า

  • นมสด 1 ถ้วยตวง
  • ฝักวานิลลาประมาณ 1 นิ้ว แยกตามยาว (ใช้เฉพาะเมล็ดวานิลลาด้านใน)
  • โยเกิร์ตสดไม่ผสมอะไร 2 ถ้วยตวง หรือ กรีกโยเกิร์ตแบบธรรมชาติ
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ กับ 1ส่วน4 ถ้วยตวง
  • เกลือ 1 หยิบมือ
  • เจลาตินแบบผง 1 เศษ 1 ส่วน 4 ช้อนชา


ขั้นตอนในการทำ

วิธีทำซอส
  • นำรูบาร์บ , น้ำตาล และ น้ำส้มสด ลงในกระทะ นำไปเคี่ยวตั้งระดับไฟปานกลาง กวนจนน้ำตาลละลาย
  • เมื่อเคี่ยวจนเข้ากันแล้วให้ใช้ไฟเบา เคี่ยวเบาๆจนรูบาร์บนิ่ม ประมาณ 10 นาที ต้องคอยระวังอย่าให้เดือดจนไหม้
  • นำสตอเบอร์รี่ลงผสม คนให้เข้ากัน กวนไปเรื่อยๆจนนิ่ม ประมาณ 2 นาที
  • ยกออกจากเตา จากนั้นนำเข้าเครื่องเตรียมอาหาร หรือ เครื่องปั่น
  • พักให้เย็นแล้วนำเข้าตู้แช่เย็น


ขั้นตอนในการทำ พานนาคอตต้า
  • นำนมใส่ในหม้อ 
  • ใช้มีดคว้านเอาเมล็ดวานิลลาออกจากฝักใส่ลงผสมกับนม
  • จากนั้นนำเปลือกวานิลลาที่คว้านเมล็ดออกแล้วใส่ลงไปในนม ตั้งไฟปานกลางจนนมร้อน
  • ยกออกจากเตาจากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 30 นาที
  • นำเปลือกหรือฝักวานิลลาออกจากนม
  • เตรียมถ้วยใส่โยเกิร์ต , น้ำตาล และเกลือ ผสมเข้าด้วยกัน
  • แบ่งนมอุ่นออกมาใส่ถ้วยเล็กๆ จากนั้นโรยผงเจลาตินลงในนมอุ่นคนแล้วทิ้งให้เจลาตินพองนิ่ม ประมาณ 5 นาที
  • นำนมที่พักไว้ผสมกับโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ขึ้นตั้งเตา ไฟปานกลางอีกครั้ง ใส่นมที่ผสมเจลาตินลงไปผสม คนให้เจลาตินเข้ากับนมทั้งหมด และนำออกจากเตา พักไว้ให้เย็น 5 นาที

หากต้องการเสิร์ฟในแก้วใส 
  • นำซอสสตอเบอร์รี่ รูบาร์บที่เตรียมไว้ใส่ลงไปในแก้ว 2 ช้อนโต๊ะ ให้อยู่ส่วนก้นแล้ว กะประมาณ 6-8 ออนซ์
  • แบ่งโยเกิร์ตใส่ในแก้ว สัดส่วนที่เท่าๆกัน
  • คลุมแก้วที่เตรียมไว้เรียบร้อยแล้วด้วยพลาสติก นำไปเข้าตู้เย็น ให้พานนาคอตตาเซตตัวประมาณ 3 ชั่วโมง
  • นำออกมาตกแต่งด้วยสตอเบอร์รี่สไลด์

ถ้าคุณต้องการเสิร์ฟลงบนจาน 
  • ทาน้ำมันพืชบางๆรอบถ้วยเซรามิกอบขนมขนาด 6-8 ออนซ์แบ่งโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ ใส่ในถ้วยเท่าๆกัน
  • เรียงถ้วยเซรามิกลงถาด คลุมด้วยพลาสติกหรือปิดด้วยถาด นำเข้าตู้เย็น ให้โยเกิร์ตเซตตัว ประมาณ 3 ชั่วโมง
  • นำออกจากตู้เย็น ใช้ปลายมีดเลาะรอบขอบพานนาคอตตาที่ติดกับถ้วยเซรามิก
  • นำจานแบนที่ต้องการเสิร์ฟปิดที่ปากถ้วย จากนั้นใช้มือทั้ง 2 ข้าง ประคองและคว่ำถ้วยลงกับจาน 
  • เขย่าเล็กน้อยให้โยเกิร์ตหลุดออกมาจากถ้วยลงในจาน
  • นำซอสสตอเบอร์รี่ รูบาร์บที่เตรียมไว้ ราดรอบๆเนื้อพานนาคอตตา ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตกแต่งหน้าพานนาคอตต้า ด้วยผลเบอร์รี่สดและใบมิ้นต์ พร้อมเสิร์ฟ

การสกัดน้ำออกจากโยเกิร์ต

ในการสกัดน้ำออกจากเนื้อโยเกิร์ต จะช่วยทำให้โยเกิร์ตมีเนื้อที่เน้นขึ้นและมีครีมที่เข้มข้น กลมกล่อม ทั้งยังช่วยยืดอายุการเก็บรักษาโยเกิร์ตให้นานยิ่งขึ้น การลดแลคโตสของโยเกิร์ตทำให้แบคทีเรียในอาหารลดลง หากทำโยเกิร์ตที่บ้าน การนำโยเกิร์ตแช่แข็ง จะเป็นการสกัดน้ำออกจากโยเกิร์ต ดังนั้น เมื่อเปิดฝาโยเกิร์ตแล้ว หากใช้ไม่หมด ควรระบายน้ำในโยเกิร์ต หรือ เทน้ำในโยเกิร์ตทิ้งให้หมด เพื่อรักษาคุณภาพโยเกิร์ตไม่ให้เสียเร็ว

วางตะแกรงหรือกระชอนบนผ้าขาวบางหรือผ้าที่สามารถใช้ซ้ำได้ซึ่งต้องเป็นวัสดุสำหรับอาหาร

วางตะแกรงหรือกระชอนบนถ้วยที่จะสกัดเวย์ ค่อยๆวางโยเกิร์ตลงบนตะแกรงปิดด้วยจานหรือหุ้มปิดเพื่อไม่ให้ดยเกิร์ตถูกกดทับ และนำเข้าตู้เย็น ทำการสกัดโดยใช้วิธีนี้จนกว่าได้รสชาติโยเกิร์ตที่ชอบ หลังผ่าน 1 ชั่วโมง จะสังเกตได้ว่าโยเกิร์ตมีความหนาขึ้น ให้หยุดขั้นตอนนี้ 

ขูดโยเกิร์ตที่ได้ออกมาในภาชนะที่สะอาด ปิดให้มิดชิดและนำเข้าแช่ตู้เย็น ในส่วนของผ้าที่นำมาสกัด นำไปซักด้วยสบู่และน้ำร้อน ล้างออกให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง โดยสามารถใช้ผ้าดังกล่าวซ้ำได้อีก 2 - 3 ครั้ง หรือจนกว่าผ้าจะหลุดลุ่ย แต่หากเป็นผ้ากรองแบบใยโพลี อายุการใช้งานจะนานกว่าและทำความสะอาดง่ายกว่า หากคุณตั้งใจที่จะสกัดโยเกิร์ตโดยไม่มีปัญหา แนะนำให้กลับครีมโยเกิร์ตที่กรองบ่อยๆ จะช่วยยืดอายุโยเกิร์ตได้นานยิ่งขึ้น